กรุณาเลือก เข้าชมแบบอุปกรณ์มือถือ | เข้าชมแบบคอมพิวเตอร์ต่อ

R.Y.L Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เข้าชม: 6185|ตอบกลับ: 23

RYL Story: The Another Truth [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 27-5-2010 17:40:13 |แสดงทั้งหมด
ว่ากันว่าในจักรวาลเรามีหลายมิติทับซ้อนกันอยู่ โลกคู่ขนานเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาคำตอบว่ามันมีจริงหรือไม่ หลายๆ คนอาจรู้ว่า "เดจาวู" คืออาการรู้สึกคุ้นๆ หรือคิดว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และกำลังเกิดขึ้นอีก จะด้วยเหตุบังเอิญหรือการทำงานของสมองที่ผิดเพี้ยนทำให้ระบบประสาทไปดึงเอา ความจำบางส่วนมาผสมกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่ ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า เดจาวู แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า สิ่งนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ แต่เป็นการเกิดในมิติคู่ขนานที่ซึ่งมีตัวตนของเราอยู่ ณ ที่นั่นและมีบางสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างตัวตนเราในโลกนี้และโลกคู่ขนานอื่นๆ ....

ก็เหมือนดั่งเรื่องราวตำนาน RYL ซึ่งมีหลายต่อหลายตำนาน บ้างก็ถกเถียงกันว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล่า เป็นนิยาย แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้มันเคยเกิดขึ้นนานมาแล้ว...ลองมาดูอีกหนึ่งตำนาน ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน....


ความลับแห่งดวงตาสวรรค์

ในบับเบิลที่ห่างไกลออกไป ในแกแลคซี่อันไกลโพ้นได้มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Me-Hex โดยดินแดนแห่งนี้มีเทพองค์หนึ่งนามว่า Vala (วาล่า) ได้ปกครองอยู่และเทพ Vala ได้สร้างดวงตาสวรรค์ขึ้นเพื่อใช้ในการเดินทางไปมาระหว่างดวงดาว แต่ในระหว่างการสร้างนั้นก็มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่คาดไม่ถึง เนื่องจากดวงตาสวรรค์ได้เชื่อมโยงไปยังประตูมิติอื่นๆ เข้าโดยไม่ตั้งใจ เทพ Vala จึงได้ดัดแปลงมวลสารเพื่อบรรจุลงที่ขอบประตูของดวงตาสวรรค์ เพื่อให้เกิดกระบวนการพิเศษในการแยกและจัดเรียงโมเลกุลเฉพาะเทพเท่านั้น สิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ไม่อาจใช้ดวงตาสวรรค์นี้ได้ ทางหนี่งก็เพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจากดางดวงอื่นหรือมิติอื่นหลุดเข้ามายังดินแดนสันติภาพแห่งนี้นั่นเอง

ในดินแดน Me-Hex แห่งนี้เทพ Vala ได้ปกครองมนุษย์ด้วยความสงบสุขมาเป็นเวลากว่า 8 แสนปี หากแต่วันหนึ่ง ได้มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาชั้นสูงนามว่า Guardian (กอร์เดี้ยน) เดินทางด้วยยานขนส่งอวกาศที่สามารถวาร์ปข้ามบับเบิลได้ มายังดินแดน Me-Hex แห่งนี้เพื่อทวง "อัญศิลา" จากเทพ Vala และในระหว่างการเจรจาที่ดูเหมือนจะเป็นสงครามมากกว่านี้เอง มนุษย์ก็ได้พบความจริงที่ว่า แท้จริงแล้วเทพ Vala หาใช่เทพไม่ หากแต่เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์แถวหน้าที่ชื่อ AlaV (อาลาฟี) ของสิ่งมีชีวิตเผ่า Droine (โดรอีน) โดยเผ่าพันธุ์นี้เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาชั้นสูงอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ในบับเบิลที่ห่างไกล ส่วนตน (มนุษย์) นั้นก็เป็นเพียงผลการทดลองหนึ่งของเทพ Vala ไม่สิ..ของ AlaV เท่านั้น และอัญศิลาที่ว่านี้ AlaV ได้ไปขโมยมันมาจากเผ่า Guardian เมื่อประมาณ 9 แสนปีที่แล้ว และได้หนีมายังดินแดน Me-Hex แห่งนี้

[ แก้ไขล่าสุด snowblack เมื่อ 27-5-2010 18:16 ]

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 27-5-2010 17:43:36 |แสดงทั้งหมด
นับแต่นั้นเผ่า Guradian ก็ได้ออกตามไล่ล่าเรื่อยมา มีบับเบิลน้อยใหญ่ที่ล่มสลายไปแล้วนับไม่ถ้วน...และหนึ่งในบับเบิลที่มีดวงดาวของเผ่า Droine อยู่ก็ไม่เว้นเช่นกัน ตลอดเวลากว่า 9 แสนปีมานี้เผ่า Guardian ได้ควานหาร่องรอยของ AlaV ไปหลายต่อหลายบับเบิลก็ยังไม่พบ เรียกว่าใช้ทั้งพระเดชพระคุณในการค้นหาแบบกึ่งบังคับ โดยการยื่นเงื่อนไขบางอย่างต่อสิ่งมีชีวิตในบับเบิลนั้น เพื่อสืบข่าวและแลกกับการละเว้นที่จะไม่ต้องถูกทำลาย จนกระทั่งได้ตามรอยมาพบว่า AlaV ได้อาศัยอยู่ในบับเบิลแห่งนี้...

เหตุมันเกิดเมื่อราว 9 แสนปีก่อน AlaV ได้มอบหมายให้ไปทำวิจัยเกี่ยวกับพลังงานในหลุมดำแห่งหนึ่งของบับเบิลที่กำลังจะล่มสลาย ในขณะที่ไปถึงหลุมดำนั้น AlaV ได้พบร่องรอยของยานเผ่า Guardian ซึ่งผ่านมาไม่นาน AlaV จึงแอบตามไปสังเกตดูว่ายาน Guardian มาทำอะไรในที่ไกลๆ แบบนี้ จนกระทั่งพบว่า ณ หลุมดำแห่งนั้นมีวัตถุบางอย่างลอยอยู่ตรงใจกลางของหลุมดำเสมือนกำลังสะกดหลุมดำไม่ให้ดูดกลืนสรรพสิ่งลงไป และยานของเผ่า Guardian ก็ได้นำมันออกมาจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีหลุมดำก็กระจายเป็นวงกว้าง AlaV เห็นท่าไม่ดีเลยแอบแฝงตัวเข้ายาน Guardian และใช้เทคโนโลยีสลับร่างกับทหารฝ่ายสื่อสารข้อมูลในยาน Guardian และช่วงที่ยาน Guradian กำลังเดินทางกลับดาวนั้น AlaV ก็ได้ทราบมาว่าวัตถุที่สะกดหลุมดำนั้นชื่อ "อัญศิลา" และการที่เผ่า Guardian ต้องการมันก็เพราะพลังอันมหาศาลของมัน ที่แม้แต่หลุมดำก็ยังสะกดได้

เผ่า Guardian ต้องการใช้มันเพื่อครอบครองทุกบับเบิล แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะอัญศิลาโดนผนึกด้วย DNA บางชนิดซึ่งไม่เคยพบเจอมาก่อน AlaV ในร่างของนายทหารเผ่า Guardian จึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้สร้างผลงานให้กองกำลัง Guardian เพื่อหวังให้เกิดความไว้วางใจ นั่นก็เพื่อสืบข่าวตามรอยและหาโอกาสเหมาะที่จะนำอัญศิลานี้ออกจากเผ่า Guardian ให้ไกลที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เผ่า Guardian จะรู้วิธีใช้อัญศิลา

ช่วงเวลา 100 ปีที่ AlaV แทรกซึมเข้าสู่กองกำลัง Guardian นั้น AlaV ได้ถูกมอบหมายความไว้วางใจให้เป็นผู้นำทัพและคอยสืบหาวิธีการใช้อัญศิลาจากดวงดาวตามแกแล็คซี่ต่างๆ ในหลายๆ บับเบิล และจนวันหนึ่ง AlaV ก็ได้สืบทราบมาจากเผ่าพันธุ์หนึ่งที่กำลังจะบรรลุว่า อัญศิลานั้นจะถูกใช้โดยผู้ที่มี DNA แบบเกลียวคู่เท่านั้น จะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ไหนสามารถใช้อัญศิลาได้ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเกือบจะทุกบับเบิลนั้นมี DNA เกลียวเกินกว่า 1 คู่! เรียกว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่เจริญแล้วทั้งสิ้น

AlaV จึงได้เสี่ยงสร้างห้องทดลองลับโดยซ่อนเอาไว้ในมิติคู่ขนาน โดยห้องทดลองนี้ได้ใช้ทำการประดิษฐ์สิ่งมีชิวิตที่มี DNA เกลียวคู่ขึ้นมา 3 รูปแบบด้วยกัน AlaV ใช้เวลาทำการทดลองอยู่ราว 100 ปีแต่ก็พบว่าสิ่งมีชีวิตที่ประดิษฐ์ขึ้นนั้นมี DNA เกลียวคู่ก็จริงแต่เมื่อเวลาผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง DNA จะเกิดความไม่เสถียร โดยรูปแบบหนึ่งวิวัฒน์เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในเวลาอันสั้น อีกรูปแบบหนึ่งไม่สามารถคงอยู่ได้ แต่ทว่ารูปแบบสิ่งมีชีวิตที่เหลือกลับมี DNA เกลียวคู่ที่เสถียรและคงสภาพอยู่ได้นั่นก็คือต้นแบบของมนุษย์

แต่ไม่ทันที่ AlaV จะสรุปผลและเก็บข้อมูลตัวอย่างจากการทดลอง กองกำลัง Guardian ก็ได้ตรวจพบเสียก่อนจากเทคโนโลยี Dimension Scan ที่ยึดมาได้จากเผ่าพันธุ์หนึ่งและได้ทำลายห้องทดลองลับรวมทั้งต้นแบบสิ่งมีชีวิตทั้ง 3 แบบลง AlaV จึงต้องนำอัญศิลาหนีออกจากบับเบิลแห่งนั้นด้วยยาน Bouble Warp ของ Guardian

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 27-5-2010 17:47:18 |แสดงทั้งหมด
AlaV รู้ดีว่ายานทุกลำของ Guardian มีเครื่องติดตามฝังอยู่ AlaV จึงใช้เทคโนโลยี Hyper Barrier สั่งให้ยานทั้งลำมีบาเรียร์ป้องกันยกเว้นส่วนที่เป็นเครื่องติดตาม จากนั้นเดินเครื่องเข้าสู่ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 ล้านปีแสง ความร้อนอันมหาศาลของดาวฤกษ์ ได้ทำหลายทุกชิ้นส่วนของยานที่ไม่ได้มีบาเรียร์ป้องกัน เมื่อเครื่องติดตามถูกทำลายแล้ว AlaV ได้เร่งความเร็วอนันตภาพเข้าสู่ดาวฤกษ์ภายในเสี้ยววินาที (เร่งความเร็วจาก 0 - 10 ล้านกิโลเมตรใน 1/10 วินาที) ทำให้กาลอวกาศบริเวณดาวฤกษ์ถูกฉีกออกเกิดเป็นเส้นทางพิเศษมุ่งทะลุดาวฤกษ์ไปสู่บับเบิลที่ห่างไกล...จนกระทั่งได้มาถึงบับเบิลที่มีดินแดน Me-Hex นั่นเอง เมื่อยาน Bouble Warp หายไปแล้ว ยานอวกาศของเผ่า Guardian บางส่วนที่ตามมาได้โดนดาวฤกษ์บีบกระชับและทำลายลง

ตลอดเวลา 1000 ปีบนดินแดน Me-Hex แห่งนี้ AlaV ได้ทดลองสร้างสิ่งมีชิวิตแบบมนุษย์ขึ้นหลายครั้ง และก็มีหลายครั้งที่มนุษย์ไม่สามารถคงอยู่ได้ จนมีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่ DNA คงตัวและคงอยู่ได้ ซึ่งดูเหมือนว่าการทดลองนั้นสำเร็จแล้ว แต่เวลากว่า 9 แสนปีผ่านไปมนุษย์ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้อัญศิลาได้อยู่ดี AlaV เฝ้าทดลอง วิจัยและสังเกตผลจนพบถึงข้อผิดปกติสิ่งหนึ่งในสมองมนุษย์ นั่นก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกใช้งาน 100% AlaV จึงพยายามหาวิธีที่จะทำให้มนุษย์นั้นใช้สมองได้ 100% แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะตัวแปรในการคำนวณมีมากเกินไป มีบางตัวอย่างที่เกิดข้อผิดพลาดแม้ในเศษ 1 ส่วนแสนล้าน DNA จะไม่คงที่ทันที...ดูเหมือนทุกอย่างเริ่มตัน

จนกระทั่งในคืนหนึ่ง AlaV ได้เกิดความฝันแปลกๆ ว่า มีพลังงานอย่างหนึ่งคล้ายสิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์ แต่มีความแตกต่างกัน มีดวงไฟรอบกาย ได้ชี้แนวทางว่า "ท่านจงให้สิ่งที่ท่านสร้าง (มนุษย์) ได้เจริญสติเพื่อให้เกิดปัญญา แล้วหนทางจะปรากฏขึ้นในจิตเอง" เมื่อตื่นขึ้น AlaV ก็ลำดับเหตุการณ์และเริ่มคิดได้ว่าสิ่งที่ตนพยายามให้มนุษย์ได้ใช้สมอง 100% นั้นเป็นทางที่ผิด เพราะมันคือปัจจัยแวดล้อมภายนอก หากแต่สมาธิจิตภายในต่างหากที่จะเป็นหนทางเปิดปัญญาที่แท้จริง เช่นนั้นแล้ว AlaV ก็ได้สร้างสภาพแวดล้อมขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้ทดลองเข้าไปนั่งรวมกันเป็นกลุ่มและเจริญสมาธิ ห้องนี้ AlaV ได้ตั้งชื่อว่า Gamatra (น่าจะพ้องกับคำว่ากรรมฐานในบับเบิลของเรา) แต่ยังไม่ทันที่วิธีนี้จะส่งผล เผ่า Guardian ก็เดินทางมาถึงดินแดน Me-Hex เสียก่อน.....

ในระหว่างการเจรจาที่ล้มเหลวนั้น Guradian เตรียมจะเปิดฉากสงครามขึ้น AlaV ได้รีบปลดล็อคมวลสารออกจากดวงตาสวรรค์ และใช้เครื่องเร่งกระแสนาโนส่งมนุษย์บางส่วนที่ DNA คงที่พร้อมอัญศิลาผ่านเข้าดวงตาสวรรค์ไปยัง ดินแดน Almighty ซึ่งอยู่ในบับเบิลที่ห่างไกลและทำการปิดผนึกดวงตาสวรรค์บนดินแดน Me-Hex เพื่อไม่ให้เผ่า Guradian ตามหาเจอ หากแต่ในช่วงเวลาก่อนดวงตาสวรรค์จะปิดผนึกนั้น ยานรบเผ่า Gurdian ได้ยิงรังสี Noise-Cell ถูกมนุษย์จำนวนหนึ่งโดยที่มนุษย์กลุ่มนั้นไม่รู้ตัว และดวงตาสวรรค์ก็ถูกปิดผนึกอย่างถาวร พร้อมๆ กับมหาสงครามแบบสุดขั้วจากสสารที่ AlaV ได้สร้างขึ้นไว้ก่อนหน้านี้เพราะเชื่อว่าวันหนึ่ง Guardian จะต้องตามมาจนเจอ เหล่าสสารที่หลับไหลอยู่ใต้ดินมาเป็นเวลาเกือบ 5 แสนปีได้ตื่นขึ้น และสงครามก็เริ่มปะทุขึ้น การรบพุ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนมีแกแลคซี่หลายแห่งถูกลูกหลงและระเบิดอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดบับเบิลแห่งนั้นก็ทนต่อสภาพไม่ไหวเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ (Big Bang) ในเวลาต่อมา...(ปัจจุบันก็คือบับเบิลที่มีแกแลคซี่ทางช้างเผือกแห่งนี้นั่นเอง)

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 27-5-2010 17:53:03 |แสดงทั้งหมด
มนุษย์ที่หนีรอดมาสู่ดินแดนแห่ง Almighty พบว่าผืนดินแห่งนี้เทพ Vala หรือ AlaV ได้มาสร้างไว้นานแล้ว และยังมีดินแดน Caernarvon ที่กว้างขวางรองรับการขยายตัวของมนุษย์ในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ AlaV ได้ตระหนักแล้วว่าซักวันหนึ่ง คงต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นและเชื่อว่าซักวันมนุษย์จะสามารถใช้อัญศิลาได้เพื่อป้องกันตนเองจากเผ่า Guardian และใช้ประดิษฐ์สรรพสิ่งทั้งปวงได้

หลังจากมนุษย์ได้ย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้แล้ว ในช่วงปีแรก ต่างก็เร่งสร้างบ้านสร้างเมืองตามวิถีของตน ถึงแม้จะมีอัญศิลาแต่ก็ยังไม่พบวิธีใช้มัน แต่ทว่าเมล็ดพันธุ์บางอย่างที่เคยถูกหว่านไว้ก็เริ่มให้ผล มนุษย์ส่วนหนึ่งที่ถูกรังสี Noise-Cell ก็เริ่มเกิดความผิดปกติทางร่างกาย โดยรังสี Noise-Cell นั้นผลของมันนอกจากทำให้เกิดความผิดเพี้ยนทางกายภาพแล้วขณะเดียวกันจะทำหน้าที่เป็น Marker หรือตัวชี้ตำแหน่งเช่นกัน โดยการส่งกระแสคลื่นนาโนไปกระเพื่อมต่อชั้นบรรยากาศและกระเพื่่อมไปยังชั้นของแกแลคซี่และส่งต่อไปยังชั้นของบับเบิลทำให้ยาน Guardian สามารถแสกนตำแหน่งเจอหากเข้ามาใกล้บับเบิลที่มี Marker อยู่ ส่วนการจะตรวจสอบว่า Marker อยู่ดาวดวงไหนนั้นจะใช้เทคโนโลยี Galaxy Scan ค้นหาเอาอีกที

ในช่วงเวลา 100 ปีมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางร่างกายก็เริ่มแยกตัวออกจากมนุษย์ปกติเพราะเริ่มถูกกีดกันและต่อต้านและถูกเรียกว่า "อสูร" มีการแย่งชิงที่ทำมาหากินกันจนเกิดเป็นสงครามย่อยๆ จนวันหนึ่งเหล่าอสูรมีความเห็นว่ามนุษย์ไม่ควรครอบครองอัญศิลาไว้แต่เพียงผู้เดียวเพราะฝ่ายอสูรสังเกตว่าอัญศิลาอยู่ที่ใด ดินแดนแห่งนั้นจะอุดมสมบูรณ์ ฝ่ายดินแดนของอสูรจึงมีแต่ความแห้งแล้ง เหล่อสูรจึงได้เดินทางมาเพื่อขออัญศิลาไปครอบครองบ้าง แต่มนุษย์มิได้ตกลงจึงเกิดสงครามแย่งชิงอัญศิลาขึ้น

ในระหว่างที่สงครามระหว่างมนุษย์และอสูรกำลังดำเนินถึงขีดสุดนั้น ฉับพลันก็ได้เกิดสายฟ้าผ่าลงมาที่อัญศิลาและทำให้มันแตกออกเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งตกไปทางฝั่งมนุษย์ ส่วนหนึ่งตกไปทางฝั่งอสูร และส่วนสุดท้ายได้พุ่งไปชนกับดวงตาสวรรค์ ทำให้ประตูมิติในดวงตาสวรรค์ปั่นป่วนเกิดช่องว่างระหว่างมิติมากมายมีสัตว์ประหลาดและปิศาจหลุดเข้ามายังดินแดน Almighty และหลั่งไหลไปสู่ดินแดน Caernarvon เป็นจำนวนมาก มนุษย์และอสูรที่กำลังรบพุ่งกันอยู่นั้นจึงต้องพักรบชั่วคราวและหันกลับมารับศึกที่ไม่ได้รับเชิญจากภายนอก

การกำจัดศัตรูจากภายนอกดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แต่ทว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อจอมอสูร Diablo จากมิติคู่ขนานหลุดออกมา มนุษย์และอสูรที่เสียกำลังพลไปมากแล้วนั้นเริ่มหมดหนทาง ณ ช่วงเวลาที่สับสนนั้นเอง ได้มีเสียงคล้ายเสียงของ AlaV ดังออกมาจากอัญศิลาว่า "นำอัญศิลาไปผนึกที่ขอบประตูดวงตาสวรรค์จะทำให้พลังของปิศาจร้ายลดลงไปครึ่งหนึ่ง" มนุษย์และอสูรจึงตัดสินใจนำเศษอัญศิลาสองส่วนไปผนึกไว้ที่ขอบประตูดวงตาสวรรค์ โดยแม่ทัพฝั่งมนุษย์นามว่า Mihael และจอมทัพฝ่ายอสูรนามว่า Rotale ได้ร่วมกันใช้กำลังทั้งหมดเพื่อเข้าถึงประตูดวงตาสวรรค์แต่แล้ว Mihale ได้ถูกจอมอสูร Diablo โจมตีจนเสียตาไปข้างหนึ่ง

นั่นคงเป็นแผนของ Mihael ที่หลอกล่อจอมอสูรเพื่อเปิดโอกาสให้ Rotale และได้ฉวยโอกาสนี้ขว้างเศษอัญศิลาส่วนที่เหลือให้กับ Rotale จอมอสูร Diablo เห็นว่าตนกำลังถูกหลอก จึงได้ร่ายมหาเวท Meteor เพื่อเผาผลาญ Almighty และ Caernarvon ให้ราบพนาสูญ Rotale เห็นท่าไม่ดีจึงเร่งใช้ความไวเข้าประชิดดวงตาสวรรค์ได้ทันและในเสี้ยววินาทีที่จะผนึกเศษอัญศิลานั้น จอมอสูร Diablo ได้ร่าย Meteor ขั้นสูงสุดได้สำเร็จก่อน

ท้องฟ้าทั่วดินแดน Almighty มืดครึ้ม มีแสงดวงสีแดงบนฟากฟ้าจำนวนมาก ก่อเกิดเป็นดาวตกไปทั่วท้องฟ้า ฤาดินแดน Almighty นี้จะสิ้นสูญด้วยมหาเวท Meteor เสียแล้ว แต่ก่อนที่ดาวตกจะถาโถมลงสู่พื้นดิน Almighty นั้น Rotale ได้ผนึกเศษอัญศิลาลงสู่ขอบดวงตาสวรรค์ได้ทัน ทำให้พลังทำลายล้างของมหาเวท Meteor ที่ตกลงมานั้นมีอานุภาพลดลง ยังความเสียหายแก่ดินแดน Almighty และ Caernarvon เพียงบางส่วนเท่านั้น

[ แก้ไขล่าสุด snowblack เมื่อ 27-5-2010 19:36 ]

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 27-5-2010 17:53:51 |แสดงทั้งหมด
เมื่อพลังของจอมอสูร Diablo ลดลง มนุษย์และอสูรต่างร่วมกันโค่นจอมอสูรตนนี้ลงได้ และด้วยพลังของเศษอัญศิลาที่ผนึกไว้ยังดวงตาสวรรค์นั้นทำให้ปิศาจที่หลุดเข้ามายัง Almighty ลดความดุร้ายลง แต่ปิศาจที่ยังหลงอยู่ในดินแดน Caernarvon ก็ยังคงมีความดุร้ายอยู่

เมื่อเรื่องเลวร้ายผ่านไปมนุษย์กับอสูรก็ได้เปิดการเจรจาขึ้น ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งบนดินแดน Almighty และได้ทำสนธิสัญญาสงบศึก...

ถึงแม้ดวงตาสวรรค์จะไม่สามารถปิดได้ และยังมีปิศาจหลุดเข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาเท่าไหร่ แต่ปัญหาใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าคือ Marker ที่อยู่ในตัวอสูรต่างหาก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เผ่า Guardian จะมาถึงบับเบิลแห่งนี้ อาจจะเป็นปี ร้อยปี ล้านปี หรือนานกว่า นั้น...

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
13-8-2017
เวลาออนไลน์
1003 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
713
วันที่ลงทะเบียน
7-9-2008
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
420
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
767
   Pet:
Defender


©
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 18:00:12 |แสดงทั้งหมด
GMอัพเดทเเพทใหม่เพิ่มอีกเผ่าเลยครับ555555555

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
21-2-2016
เวลาออนไลน์
2661 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
1146
วันที่ลงทะเบียน
15-3-2010
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
494
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3576
   Pet:
Templar
Anasui

©
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 19:06:46 |แสดงทั้งหมด
โอ่อาจารจิมแต่งได้เทพจริงๆๆ

Rank: 2

อัพเกรด  3.33%

เข้าระบบล่าสุด
24-5-2012
เวลาออนไลน์
2297 ชั่วโมง
ความดี
55
เงินอีแปะ
12087
วันที่ลงทะเบียน
20-11-2008
ระดับการเข้าชม
20
โพสต์
469
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
55
UID
1012
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 19:27:27 |แสดงทั้งหมด
ผมขอเป็นเผ่า Guardian ผู้มาเยือน

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
2-6-2011
เวลาออนไลน์
471 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
-4
วันที่ลงทะเบียน
21-5-2010
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
227
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3869
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 19:50:54 |แสดงทั้งหมด
เห็นด้วยๆฮ่าๆๆ

จาร แต่งได้แย่
โอ๊ย เยี่มๆๆๆ จิงๆ

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
1-5-2019
เวลาออนไลน์
466 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
352
วันที่ลงทะเบียน
23-12-2009
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
79
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3246
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 20:32:17 |แสดงทั้งหมด
สุโคย่ๆ

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
23-10-2016
เวลาออนไลน์
183 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
372
วันที่ลงทะเบียน
10-3-2009
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
404
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
1482
โพสต์เมื่อ 27-5-2010 22:32:42 |แสดงทั้งหมด
อ่านมาตั้งนาน เรื่องแต่งขึ้นเหรอเซ็ง เลย

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
30-8-2011
เวลาออนไลน์
1012 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
-3
วันที่ลงทะเบียน
7-3-2010
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
215
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3543
โพสต์เมื่อ 28-5-2010 08:07:53 |แสดงทั้งหมด

55555

ทามไปได้จารๆๆ

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
16-5-2011
เวลาออนไลน์
374 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
0
วันที่ลงทะเบียน
10-3-2010
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
18
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3557
โพสต์เมื่อ 28-5-2010 10:47:07 |แสดงทั้งหมด
หาเรื่องปั้มชัดๆ  ในหนังสือ วินเน่ามะก่อนมี นะ พวกตำนานอ0 มนุด

Rank: 4

อัพเกรด  47.5%

เข้าระบบล่าสุด
3-8-2016
เวลาออนไลน์
6662 ชั่วโมง
ความดี
295
เงินอีแปะ
601
วันที่ลงทะเบียน
5-6-2008
ระดับการเข้าชม
30
โพสต์
1362
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
295
UID
57

Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 28-5-2010 11:10:41 |แสดงทั้งหมด
ไม่ใช่แบบนี้แน่นอน แบบนั้นมันเห่ย

สามัญชน

เวอร์จิ้น

Rank: 1

อัพเกรด  0%

เข้าระบบล่าสุด
26-9-2012
เวลาออนไลน์
5521 ชั่วโมง
ความดี
0
เงินอีแปะ
3038
วันที่ลงทะเบียน
3-3-2010
ระดับการเข้าชม
10
โพสต์
380
กระทู้สำคัญ
0
เครดิต
0
UID
3519
   Pet:
มังกรแดง
น้องอุ้ย

©
โพสต์เมื่อ 28-5-2010 13:13:58 |แสดงทั้งหมด
เคยอ่านในบอร์ดวินเน่ามะก่อน

อะไร เรือๆยักๆ พาพวกมานุดมาลงที่เกาะ

นานมาแล้ว

55 5.
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

เพื่อน (0)

เฉพาะข้อความ|บนมือถือ|RYL RETURN

GMT+7, 7-12-2019 15:26

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai.com

TOP